โพสประกาศฟรี ลงประกาศง่าย รองรับ seo
อุตสาหกรรม เครื่องจักร-เครื่องกล วัสดุ-เคมีภัณฑ์ => โพสเวบบอร์ดฟรี รองรับseo youtube ติดgoogle => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 17 พฤษภาคม 2026, 22:04:45 น.
-
การเช็กความปลอดภัย ก่อนให้อาหารสายยางทุกมื้อต้องทำ! (https://snss.co.th/)
การตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเริ่มเทอาหารลงสายยาง เป็น "กฎเหล็ก" ที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ดูแลเลยค่ะ เพราะเป็นขั้นตอนที่จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น อาหารไหลหลุดเข้าปอด หรือผู้ป่วยจุกแน่นจนอาเจียนสำลัก
เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย 100% ก่อนให้อาหารผู้ป่วยในทุกๆ มื้อ คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแลต้องทำ 3 Checklist สำคัญ ดังต่อไปนี้ให้ครบถ้วนก่อนเสมอค่ะ:
1. เช็กท่าทางของผู้ป่วย (จัดท่า 30 - 45 องศา)
ความปลอดภัยเริ่มต้นที่ท่าทางของผู้ป่วยค่ะ เพื่อป้องกันภาวะกรดไหลย้อนหรืออาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาทางหลอดอาหารจนสำลักลงปอด
สิ่งที่ต้องทำ: ปรับระดับเตียงให้ผู้ป่วยอยู่ใน ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน (Fowler's Position) โดยหนุนศีรษะและลำตัวส่วนบนขึ้นทำมุมอย่างน้อย 30 - 45 องศา เสมอ หากผู้ป่วยสามารถนั่งทรงตัวบนเก้าอี้หรือนั่งพิงหัวเตียงทำมุม 90 องศาได้จะดีและปลอดภัยที่สุดค่ะ
คำเตือน: ห้ามเริ่มให้อาหารในขณะที่ผู้ป่วยนอนราบเด็ดขาด ---
2. เช็กตำแหน่งของสายยาง (ตำแหน่งขีดจมูก / Marker)
เราต้องมั่นใจว่าปลายสายยางยังคงทอดตัวอยู่ในกระเพาะอาหารอย่างถูกต้อง ไม่เลื่อนหลุดออกมาด้านนอก หรือม้วนกลับขึ้นไปที่หลอดลม
สิ่งที่ต้องทำ: สังเกตขีดเครื่องหมาย (Marker) หรือพลาสเตอร์ที่ทันตแพทย์/พยาบาลทำสัญลักษณ์ไว้บนตัวสายยางบริเวณปีกจมูกของผู้ป่วย ว่าขีดนั้นยังคงอยู่ที่ระดับเดิมพอดิบพอดีหรือไม่
คำเตือน: หากพบว่าขีดเครื่องหมายเลื่อนหลุดออกมาระยะไกล หรือสายยางดูยาวออกมาผิดปกติ ห้ามเทอาหารลงสายเด็ดขาด เพราะอาหารอาจหลุดเข้าสู่หลอดลมและปอดได้ ให้รีบแจ้งพยาบาลหรือพาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กตำแหน่งสายใหม่ค่ะ
3. เช็กปริมาณอาหารค้างกระเพาะ (Gastric Residual Volume)
ขั้นตอนนี้ทำเพื่อประเมินว่า ระบบย่อยอาหารและกระเพาะของผู้ป่วยพร้อมที่จะรับอาหารมื้อใหม่แล้วหรือยัง
สิ่งที่ต้องทำ: 1. พับสายยางไว้ก่อนเปิดจุกเพื่อไล่ลม จากนั้นนำกระบอกไซริงค์ (Syringe) ขนาด 50 cc ต่อเข้ากับปลายสายยาง
2. ค่อยๆ ดึงลูกสูบดูดน้ำย่อยหรืออาหารค้างในกระเพาะออกมาเบาๆ เพื่อวัดปริมาณ
เกณฑ์การประเมิน:
หากดูดออกมาแล้วไม่มีอะไรเลย หรือมีอาหารค้างไม่เกิน 50 - 100 cc: แปลว่าอาหารมื้อเก่าสลายและย่อยหมดแล้ว ให้ค่อยๆ ดันน้ำย่อยนั้นกลับคืนสู่กระเพาะช้าๆ และเริ่มให้อาหารมื้อใหม่ได้ทันทีค่ะ
หากดูดออกมาแล้วพบอาหารค้างมากกว่า 100 - 250 cc (ขึ้นอยู่กับเกณฑ์แพทย์สั่ง): แปลว่ากระเพาะอาหารยังย่อยมื้อเก่าไม่หมด ให้ดันอาหารนั้นกลับคืนช้าๆ แล้วเลื่อนเวลามื้อใหม่ออกไป 1 ชั่วโมง จากนั้นค่อยมาดูดเช็กซ้ำค่ะ (หากฝืนเทอาหารมื้อใหม่เข้าไปเพิ่ม ทั้งที่ของเก่าเต็มกระเพาะ ผู้ป่วยจะท้องอืด แน่นท้อง อาเจียน และสำลักทันทีค่ะ)
📋 สรุปคัมภีร์ย่อ ท่องจำง่ายก่อนส่งอาหารลงสาย
"จัดท่ายกหัวสูง ➡️ ดูขีดที่จมูก ➡️ ดูดเช็กของค้าง"
เมื่อทำครบทั้ง 3 ข้อนี้และผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยแล้ว จึงจะเริ่มขั้นตอนการปล่อยอาหารเหลว (หรือสูตรซุปอกไก่ปั่นธรรมชาติที่คุณแม่เตรียมไว้) ให้ไหลลงช้าๆ ตามแรงโน้มถ่วงได้อย่างสบายใจและปลอดภัยที่สุดค่ะ 💛